การก่อเกิดธงชาติตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันนี้

ตามหลักฐานต่าง ๆ ปรากฏว่าตั้งแต่สมัยโบราณ ไทยเรายังไม่มีธงชาติโดยเฉพาะ เมื่อเวลาจัดกองทัพไปทำสงคราม จะใช้ธงสีต่าง ๆ ประจำทัพเป็นเครื่องหมายทัพละสี ต่อมาเมื่อมีการเดินเรือค้าขายกับต่างประเทศทางตะวันตกในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้ใช้ธงสีแดงติดเป็นเครื่องหมายว่าเป็นเรือบรรทุกสินค้าของไทย จดหมายเหตุของชาวต่างประเทศกล่าวว่า ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีเรือฝรั่งเศสแล่นเข้ามาสู่ปากน้ำเจ้าพระยา เมื่อถึงป้อมของไทย ไทยชักธงชาติฮอดาขึ้นรับเรือฝรั่งเศส เพราะไม่มีธงชาติของตนเอง แต่เรือฝรั่งเศสไม่ยอมสลุตรับธงฮอลันดาเพราะเคยเป็นอริกันมาก่อน และถือว่าไม่ใช่ธงชาติไทย ฝ่ายไทยจึงแก้ไขโดยนำธงแดงขึ้นชักแทนธงชาติ เรือฝรั่งเศสจึงยอมสลุตคำนับ ตั้งแต่นั้นมาธงสีแดงจึงกลายเป็นธงชาติของไทยเรื่อยมา

ครั้นถึงสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ยังใช้ธงสีแดงเกลี้ยงชักเป็นเครื่องหมายประจำเรือค้าขายกับต่างประเทศอยู่ ธงแดงนี้ใช้ชักขึ้นทั้งในเรือหลวงและเรือราษฎร ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระราชดำริว่า เรือหลวงกับเรือราษฎรควรมีเครื่องหมายให้เห็นแตกต่างกัน จึงมีพระบรมราชโองการให้นำรูปจักรสีขาวติดไว้กลางธงแดงเป็นเครื่องหมายใช้เฉพาะเรือหลวง ส่วนเรือค้าขายของราษฎรทั่วไปยังคงใช้ธงแดงเกลี้ยงกันอยู่

พ.ศ.2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงแบบธงชาติมาหลายครั้ง คือ จากธงพื้นแดงเกลี้ยงมาเป็นธงแดงมีช้างเผือกไม่ทรงเครื่องอยู่ตรงกลาง ธงพื้นแดงช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นและธงไตรรงค์ แม้ว่าธงไตรรงค์จะให้ความสะดวกในการใช้และการสร้างขึ้นใช้ แต่ ธงไตรรงค์ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักของต่างประเทศโดยทั่วไปอย่างแพร่หลายว่าเป็นธงชาติไทยเช่นธงช้าง นอกจากนี้ ธงไตรรงค์ยังมีสีคล้ายกับสีธงชาติของบางประเทศและคล้ายกับสีของธงบริษัทต่างประเทศบางแห่ง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่ายผิดกับธงช้างซึ่งไม่ซ้ำกับธงชาติใดเลย เพื่อไม่ให้ต้องเปลี่ยนธงชาติบ่อย ๆ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ราชเลขาธิการบันทึกพระราชกระแสพระราชทานไปยังองคมนตรี ด้วยมีพระราชประสงค์จะทรงฟังความคิดเห็นส่วนมากประกอบพระราชวินิจฉัย บันทึกฉบับนี้ลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2470 กำหนดให้องคมนตรีทั้งหลายทูลเกล้า ฯ ถวายความคิดเห็นภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับบันทึก

เสื้อผ้าแฟชั่นลายธงชาติ สตรีทสไตล์สุดฮิต

การนำลวดลายของธงชาติ มาสกรีน หรือนำมาเป็นส่วนหนึ่ง ในการแต่งตัว เป็นที่นิยมอยู่เสมอ สำหรับสาววัยรุ่นในอเมริกา หรือประเทศ ในแถบยุโรป แต่ลวดลายธงชาติ ที่เรามักจะพบเห็น ได้บ่อยที่สุด สำหรับเสื้อผ้าทุกแบบ มักจะเป็นสัญลักษณ์ ธงชาติอเมริกา ซะส่วนใหญ่ แถมยังเป็นที่นิยม ทั้งเสื้อผ้าแฟชั่นผู้หญิง และผู้ชายอีกต่างหาก สาวๆ คนไหน ที่อยากจะรู้ว่าใส่เสื้อแบบนี้ ให้สวยได้ด้วยวิธีใด ต้องลองดู ภาพสตรีทแฟชั่นชุดนี้ด่วนเลย เผื่อว่าใคร อาจอยากใส่ในวันหยุดพักผ่อน หรือว่าใส่ไปเดินเที่ยวที่ไหน ให้ดูเก๋ๆ จะได้อินเทรนด์ ตามกระแสได้ก่อนใคร

ส่วนที่ฮอต และฮิตที่สุด ที่เรามักจะเห็นกันบ่อยๆ ก็คือเสื้อยืด หรือเสื้อเชิ้ต ที่มีสกรีนลายธงชาติอยู่ตรงกลาง เสื้อผ้าแบบนี้ มักทำด้วยเสื้อผ้าที่ใส่สบาย เนื้อเบา และราคาไม่แพง สามารถหาซื้อได้ง่าย ตามท้องตลาดทั่วไป โดยเฉพาะถ้าต้องการเสื้อลายธงชาติไทย แนะนำให้ไปหาซื้อได้ ตามแหล่งที่มีชาวต่างชาติเดินเยอะๆ เช่นถนนสีลม ในช่วงกลางคืน หรือเอเชียทีค และตลาดนัดสวนจตุจักร น่าจะหาได้ง่ายๆ เลยนะคะ

อีกอย่างที่เห็นบ่อยๆ คือกางเกง ที่มีรูปธงชาติอยู่ ส่วนใหญ่ถ้าเป็นกางเกงยีนส์ สำหรับสาวๆ ก็จะเป็นกางเกงขาสั้น แต่ก็สามารถเป็นกางเกงขายาว หรือว่าเลคกิ้งได้เช่นเดียวกัน หรือถ้าใครอยากจะใส่เป็นประโปรง ก็ได้เหมือนกันค่ะ

หรือแม้แต่เครื่องประดับอื่น ข้าวของ เครื่องใช้อื่นๆ ที่ทำให้คิดถึงสีธงชาติ เช่นแว่นตา รองเท้า หมวก ที่คาดผม หรือว่าริบบิ้น การแต่งหน้า ที่ผูกผม กระเป๋า ก็สามารถนำมาผสมให้เข้ากัน กลายเป็นสีที่ต้องการได้เลย ถ้ายังคิดไม่ออก Lady108 ได้รวบรวมแฟชั่น ของคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้า ลายธงชาติ มาให้ได้ดูกันแล้ว อยากแต่งแบบไหน ก็แล้วแต่สไตล์ของใครของมันเลยนะคะ

เทรนด์ตลาดลายธงชาติกำลังมาแรง

สร้างสีสันละลานตาอย่างที่ไม่เคยมีในม็อบไหนๆ เพราะการรวมตัวของ “คนรักชาติ” ในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นการประกาศอุดมการณ์การต่อสู้ขับไล่ระบอบทักษิณจนกว่าจะได้รับชัยชนะแล้ว ยังเป็นจุดเริ่มต้นของไอเดียการแต่งกายและเครื่องประดับสุดเก๋ ประดับลาย “ธงชาติ” แสดงสัญลักษณ์จากใจ พิสูจน์ให้เห็นว่า “แฟชั่นเกิดขึ้นได้ทุกที่” จริงๆ แม้แต่ในสนามรบของมวลมหาประชาชนก็ตาม

‘ที่คาดผมโบยักษ์ลายธงชาติ’ ซึ่งกำลังมาแรงสุดๆ ในหมู่สาวม็อบ สนนในราคา 20-50 บาท เรียกได้ว่าคุ้มค่าถ้าต้องการความโดดเด่น นอกจากนี้ อุปกรณ์ส่วนหัวที่น่าสนใจชิ้นอื่นๆ ก็จะมีกิ๊บติดผม โบผูกผม ยางรัดผม และไฮไลต์ผมปลอม ที่เป็นลายธงชาติเช่นกัน

ไล่ลงมายังแฟชั่นบนใบหน้า จุดที่เหมือนจะไม่สามารถเติมแต่งอะไรได้มากกว่า ต่างหูรักชาติ, แทททู, ลายเพนต์ และ หน้ากาก แต่ในวันนี้กลับไม่ใช่แล้ว เพราะเริ่มมีอุปกรณ์เสริมลูกเล่นบนใบหน้าทยอยออกมาให้เห็นมากขึ้น อย่าง ผ้าปิดปาก แว่นตา ผ้าพันคอ และ เชือกคาดหน้าผาก ฯลฯ แม้ว่าแต่ละชิ้นจะมีรูปแบบแตกต่างกันไป แต่สุดท้ายตัวสีสันและลวดลายก็ยังยึดมั่นในอุดมการณ์ คือต้องเป็นรูป “ธงชาติไทย” เท่านั้น

ลงมาถึงส่วนคอไปจนถึงกลางตัวกันบ้าง จะพบว่า ‘นกหวีด’ เป็นพร็อพคล้องคอที่กลายเป็นสินค้าฮอตฮิตในหมู่มวลมหาประชาชนอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญสำหรับการต่อสู้ทางการเมือง และอุปกรณ์ตัวเดียวกันนี้เองก็เคยเป็นสัญลักษณ์สำคัญในการต่อสู้ทางการเมืองในหลายๆ ประเทศมาแล้ว โดยเป่านกหวีดต่อต้านการใช้อำนาจโดยมิชอบของรัฐบาล เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเกิดเมืองนอนของเราในขณะนี้

นอกจากนั้น ยังมีนกหวีดทรงธงชาติ ลายการ์ตูน รูปสายฟ้า และซูเปอร์ฮีโร่ขายปะปนกันอยู่ด้วย รวมไปถึงนกหวีดที่มีลักษณะเป็นแท่งยาว ซึ่งแต่ละแบบจะมีราคาไม่เท่ากัน ถ้าเป็นนกหวีดเหล็กจะอยู่ที่ราคา 50-100 บาท ส่วนนกหวีดทรงธงชาติ และตัวการ์ตูนต่างๆ จะอยู่ที่ราคา 40-100 บาท

ปิดท้ายกันที่สินค้าโหนกระแสที่แม้จะเป็นสินค้าธรรมดาๆ แต่ก็สามารถทำให้เป็นกระแสรับช่วงชัตดาวน์กรุงเทพฯ กันได้ เริ่มกันที่สติกเกอร์ติดเล็บ จากการลงพื้นที่สำรวจของทีมข่าว พบว่า มี สติกเกอร์ติดเล็บลวดลายธงชาติ หลากหลายรูปแบบให้สาวๆ ได้เลือกสรรกัน

ทั้งหมดนี้คือ “ปรากฏการณ์สินค้าสีสัน” ที่กลายมาเป็นเทรนด์แฟชั่นสุดฮิต ท่ามกลางสมรภูมิอุดมการณ์อันแรงกล้า และแน่นอนว่ามวลมหาประชาชนบนเวทีแคตวอล์กริมถนนทุกคน จะยังใส่ที่คาดผม ติดแทททู แว่นตา ผ้าพันคอ สวมเสื้อผ้าที่มีลวดลาย “ธงชาติ” ประกาศจุดยืนกดดันรัฐบาลรักษาการกันต่อไปแบบนี้

ความเป็นไทย แสดงอยู่ในธงชาติไทย

ความเป็นไทย แสดงอยู่ในธงชาติไทย

 

ธงชาติไทย นั้นเป็นธงที่มีทั้งหมด 3 สี โดยเริ่มจากสีแดง ซึ่งมีความหมายคือ ชาติ สีขาว ซึ่งมีความหมายว่า ศาสนา และสีน้ำเงิน ซึ่งมีความหมายว่าพระมหากษัตริย์ โดยองค์ประกอบทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงความสำคัญของชาติไทยมาโดยตลอด

ซึ่งความเป็นชาตินั้น แสดงถึงวิถีแห่งความคิด พูด และกระทำทั้งสิ้น ในเมื่อคนชาติอื่นมองมา อ่อ คนชาตินี้คือประเทศไทย เค้าก็จะมองออกได้ทันทีว่าคนไทยนั้น มีวิถีชีวิต และความคิดเป็นอย่างไรนั้นเอง ความสำคัญของธงชาติ บางครั้งไม่ได้สำคัญเฉพาะแปดโมงเช้า กับหกโมงเย็น อย่างทุกวัน แต่มันสำคัญยิ่งกว่านั้น

ในเรื่องของการบ่งบอกว่า ความสำคัญโดยแท้จริงของชาตินั้น อยู่ที่อะไรบ้าง โดยความเป็นชาติแล้วนั้น ต้องการความสามัคคี ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน และศาสนานั้นก็สอนให้เราเป็นคนที่มีความคิด และความเห็นต่าง ๆ ที่ถูกต้องตามธรรมนองคลองธรรม และสิ่งสุดท้ายคือสถาบันพระมหากษัตริย์

สำหรับเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับชาติไทยนั้น เอาไว้ทางเราจะเขียนมาให้ผู้อ่าน ได้อ่านกันในภายหลังนั่นเองครับ

ธงชาติ เป็นสัญลักษณ์ของคนแต่ละชาติ บล็อกนี้จะเล่าเรื่องราววัฒนธรรมของคนชาติต่าง ๆ ภายใต้ธงชาติของเขา