มาทำความรู้จักกับธงชาติเวียดนามและการแต่งกายกัน

ธงชาติเวียดนาม เป็นธงประจำชาติเวียดนาม ธงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามในแบบปัจจุบัน มีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ธงแดงดาวเหลือง” ลักษณะของธงชาติเวียดนามนั้นเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าพื้นสีแดง กว้าง 2 ส่วน ยาว 3 ส่วน ตรงกลางมีรูปดาวห้าแฉกสีเหลืองทอง สีแดงนั้นหมายถึงการต่อสู้เพื่อกู้เอกราชของชาวเวียดนาม สีเหลืองคือสีของชาวเวียดนาม ส่วนดาวห้าแฉกนั้น เป็นที่เข้าใจกันทั่วไปว่าหมายถึงชนชั้นต่างๆ ในสังคมเวียดนาม คือ นักปราชญ์ ชาวนา ช่างฝีมือ พ่อค้า และทหาร อย่างไรก็ตาม ภายหลังการรวมชาติเวียดนามในปี พ.ศ. 2519 ความหมายในธงได้มีการอธิบายใหม่ในทางการเมืองว่า สีแดงหมายถึงการปฏิวัติโดยชนชั้นกรรมาชีพ และดาวสีทองหมายถึงการชี้นำของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม มีการเริ่มใช้ธงเป็นธงชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม หรือเวียดนามเหนือ ครั้งแรกเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 และต่อมาในวันที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2519 เมื่อสิ้นสุดสงคราม เวียดนามเกิดความสงบลง จึงเกิดการรวมชาติระหว่างเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ขึ้น และได้ใช้ธงแดงดาวเหลืองนี้ มาเป็นธงชาติของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนามอย่างเป็นทางการ โดยลักษณะของธง เป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีพื้นธงสีแดง บริเวณตรงกลางผืนธงมีดาว 5 แฉกสีเหลืองทองอยู่

ความหมายของสีและสัญลักษณ์บนธงชาติเวียดนาม
สีแดงบนผืนธง หมายถึง การสละเลือดเนื้อในการกอบกู้เอกราชของชาวเวียดนาม
ดาวสีเหลืองทอง หมายถึง สีของชาวเวียดนาม
ดาวห้าแฉก หมายถึง แฉกทั้ง 5 ของดาว ใช้แทนชนชั้นต่างๆในประเทศเวียดนาม คือ นักปราชญ์ ชาวนา ช่างฝีมือ พ่อค้า และทหาร
ต่อมาในปี พ.ศ. 2519 เมื่อรวมชาติเป็นหนึ่งเดียวแล้วได้มีการให้ความหมายของสีบนธงชาติและตราสัญลักษณ์ใหม่คือ
สีแดง หมายถึง การปฏิวัติโดยชนชั้นกรรมาชีพ
ดาวสีเหลืองทอง หมายถึง แทนการชี้นำของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม

ชุดประจำชาติเวียดนาม
เรียกว่าชุด อ่าวหญ่าย (Ao dai) ที่ทอและตัดเย็บจากผ้าไหม ให้พอดีกับตัวผู้สวมใส่ และใส่ทับกางเกงขายาว(สำหรับผู้ชาย)ใช้ในงานพิธีสมรสหรืองานสำคัญระดับประเทศ คล้ายชุดกี่เพ้าของประเทศจีน

ชุดประจำชาติเวียดนาม สำหรับผู้หญิง สวมเสื้อแขนยาวที่ตัดจากผ้าไหม คอตั้งสูง ส่วนของตัวเสื้อจะยาวลงมาถึงข้อเท้า แล้วทำการผ่าด้านซ้ายและขวาของเสื้อขึ้นมาถึงเอว ทำผมเกล้ามวยขึ้น และสวมหมวกหรือที่เรียกว่างอมสานด้วยใบลานรูปทรงคล้ายกับฝาชี สวมรองเท้าเกี๊ยะส้นสูงสีสันสวยงาม

ชุดประจำชาติเวียดนาม สำหรับผู้ชาย ผู้ชายสวมชุดที่มีลักษณะคล้ายกันกับผู้หญิงแต่จะสวมเสื้อทับกับกางเกงขายาวแบบผ้าแพร พร้อมกับหมวกแบบไม่มีปีก ผู้ชายเวียดนามไม่นิยมสวมชุดอ่าวหญ่ายกันแล้วจะสวมใส่แค่ในพิธีสมรสหรือพิธีศพเท่านั้น เนื่องจากนิยมแต่งกายแบบสากลมากยิ่งขึ้น จะมีเพียงผู้หญิงเท่านั้นที่มักจะนิยมสวมใส่กันอยู่

เรื่องราวเล่าธงชาติไทย เพื่อเยาวชนได้เห็นเป็นสำคัญ

การนำเรื่องธงชาติไทย ขึ้นมาเขียนนำเสนอนี้ เพราะด้วยปัจจุบันพบว่าเยาวชนไทยไม่ได้เห็นความสำคัญของสัญลักษณ์ประจำชาตินี้มากนัก จากที่พบเห็น เวลานักเรียนเข้าแถวหน้าเสาธงตอนเช้า เมื่อถึงเวลาเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา การร้องเพลงชาติไทยก็ดี การยืนทำความเคารพก็ดี นักเรียนไม่ได้ตั้งใจทำ ยืนก็ไม่ตรง ไม่อยู่นิ่ง คุยกันบ้าง เป็นภาพที่ทำให้สะท้อนใจว่า เยาวชนไทยปัจจุบันนี้ ไม่เห็นความสำคัญของสัญลักษณ์ประจำชาตินี้เลย หรือแม้แต่ในตอนเย็น เวลา 18.00 น เมื่อสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยเปิดเพลงชาติไทย คนที่เดินไปเดินมาในที่ต่าง ๆ ส่วนน้อยที่จะยืนตรง เป็นการแสดงการเคารพธงชาติไทย คนทั่วไปก็เช่นเดียวกัน จะมีใครสักกี่คนที่ซาบซึ้งและเล็งเห็นความสำคัญของสิ่งนี้ การปฏิบัติการเชิญธงหรือการเปิดเพลงชาติในเวลาเช้า 8.00 น เวลาเย็น 18.00 น.ก็เหมือนกับทำไปเป็นประเพณีที่ปฏิบัติกันมาช้านาน จริง ๆ แล้ว ธงชาติไทยเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความเป็นไทย ความเป็นเอกราช เยาวชนไทยปัจจุบัน รู้ เข้าใจ ความหมายของสัญลักษณ์นี้เพียงใด หรืออาจเป็นเพราะไม่รู้ ไม่ทราบ ไม่มีใครบอกถึงความหมาย ประวัติ ควรที่ผู้ใหญ่ ครู-อาจารย์ ผู้ที่เจริญกว่าทั้งวัยวุฒิ คุณวุฒิ ชี้แนะ อธิบาย เล่าบอกเรื่องราว นี่เป็นเพียงบางส่วนที่จะเก็บนำมาเล่าให้ทราบไว้บ้าง ที่มาของธงชาติไทย เริ่มมาแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์ ยังไม่มีธงใช้ แต่ใช้ผ้าแดงแทนธง

2199 – 2225 แผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์ ใช้ธงแดง
สมัยรัชกาลที่ 2 ใช้ธงช้างเผือกในวงจักรพื้นแดง
สมัยรัชกาลที่ 4 ใช้ธงช้างขาวพื้นแดง
สมัยรัชกาลที่ 5 ทรงตราพ.ร.บ. ธงขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2432 ใช้ธงช้างตามแบบ
สมัยรัชกาลที่ 4 และ ธงสำหรับเรือราชการ ใช้ธงช้างทรง
เครื่องยืนแท่นพื้นแดง
จนถึงสมัยรัชกาลที่ 6 เมื่อ พ.ศ. 2459 ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ทรงเปลี่ยนธงชาติแต่เดิมที่เป็นธงช้างมาเป็นธงไตรรงค์ มี 5 แถบ 3 สี และทรงพระราชนิพนธ์ความหมายของธงไตรรงค์ไว้ ในตอนพระราชทานธงไชยเฉลิมพล คราวที่ทหารอาสาสมัครไปราชการสงคราม ณ ทวีปยุโรป สงครามโลกครั้งที่ 1 ตอนหนึ่งว่า
ขอร่ำรำพันบรรยาย ความคิดเครื่องหมายแห่งสีทั้งสามงามถนัด
ขาวคือบริสุทธิ์ศรีสวัสดิ์ หมายพระไตรรัตน์ และธรรมะคุ้มจิตไทย
แดงคือโลหิตเราไซร้ ซึ่งยอมสละได้ เพื่อรักชาติศาสนา
น้ำเงินคือสีโสภา อันจอมประชา ธโปรดเป็นของส่วนองค์
จัดริ้วเข้าเป็นไตรรงค์ จึงเป็นสีธง ที่รักแห่งเราชาวไทย
ทหารอวตารนำไป ยงยุทธวิชัย
วิชิตกู้ชูเกียรติสยาม

นี่คือความหมายของธงชาติไทยเรา ธงชาติไทยเป็นเครื่องหมายแสดงความมีอิสระภาพ เจริญด้วยวัฒนธรรม แสดงความจำนง และภาคภูมิใจในเกียรติศักดิ์แห่งชาติไทย ธงชาติไทยมีประโยชน์เพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจคนในหมู่ร่วมชาติ เป็นสัญลักษณ์แห่งความสามัคคีทั้งกายใจและวิญญาณ ให้เป็นอันเดียวกัน ทุกสถานที่ ทุกโอกาส ที่แสดงความเป็นคนไทย คนไทยทุกคนต้องเชิดชู เมื่อยามใดที่เชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา ทุกคนต้องยืนตรงแสดงความเคารพ โดยเฉพาะในตอนเช้าเวลา 8.00 น และตอนเย็นเวลา 18.00 น ทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จะเปิดเพลงชาติไทยกระหึ่มไปทั่ว และตามสถานที่ราชการจะเชิญธงชาติไทยขึ้นในตอนเช้า และเชิญธงลงจากยอดเสาในตอนเย็น เป็นประจำอย่างนี้ทุกวัน

ชาติไทยเป็นชาติที่มีอิสระมาช้านานแต่โบราณกาล ดังนั้นเราทุกคนควรจะช่วยกันหวงแหน ธงชาติไทยของเราไว้ อย่าให้ใครมาย่ำยีเกียรติยศแห่งชาติไทยได้ตลอดชั่วนิรันดรกาล สืบลูกสืบหลานต่อไปและควรทำความเคารพอย่างจริงใจ ตั้งใจปฏิบัติสม่ำเสมอโดยเริ่มจากโรงเรียนก่อน นักเรียนทุกคนควรตั้งใจทำและตั้งใจปฏิบัติ เพราะการทำความเคารพธงชาติเป็นกิจวัตรประจำวันของนักเรียน ถ้าทุกคนทำได้ ความสามัคคี ความเป็นระเบียบ ความสวยงาม การแสดงความรักในสถาบัน ในชาติก็จะบังเกิดขึ้น มาช่วยกันเถิด ช่วยกันเชิดชูสัญลักษณ์ประจำชาติ เพื่อความเป็นเอกราชของชาติไทยสืบไป

ธรรมเนียมการชักธงลงครึ่งเสาที่มีมายาวนาน

police-flagการลดธงครึ่งเสา เป็นวิธีการปฏิบัติเพื่อแสดงความอาลัยในกรณีประมุขหรือบุคคลสำคัญของประเทศต่างๆเสียชีวิต โดยการลดธงชาติครึ่งเสากรณีใด เป็นเวลาเท่าใด ทางราชการจะประกาศให้ทราบเป็นคราวๆไป ในทางปฏิบัติที่ผ่านมาการลดธงชาติครึ่งเสาจะกระทำในกรณีที่ประมุขหรือบุคคลสำคัญของประเทศต่างๆเสียชีวิต โดยปกติทางราชการจะประกาศให้ลดธงชาติครึ่งเสาทั่วราชอาณาจักรเป็นเวลา ๓ วัน สำหรับแนวการปฏิบัติในการลดธงชาติครึ่งเสานั้น ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการใช้การชักหรือการแสดงธงชาติและธงของต่างประเทศในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๒๙ ใน ข้อ ๑๔

การลดธงชาติครึ่งเสากรณีใด เป็นเวลาเท่าใดให้กระทรวงการต่างประเทศ สำนักพระราชวัง หรือส่วนราชการที่เกี่ยวข้องแล้วแต่กรณี แจ้งไปยังสำนัก เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอนายกรัฐมนตรีสั่งการ และให้สำนักเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีแจ้งให้กระทรวงทบวง กรม รัฐวิสาหกิจและผู้เกี่ยวข้องทราบและปฏิบัติ ข้อ ๑๐ กรณีที่ทางราชการประกาศให้ลดธงชาติครึ่งเสาตามข้อ ๑๔ ให้ ปฏิบัติการในการชักธงขึ้น เมื่อธงถึงยอดเสาแล้วจึงลดลงให้อยู่ในระดับความสูงประมาณสองในสามส่วนของความสูงของเสาธงนั้น และเมื่อจะชักธงลงให้ชักธงขึ้นจนถึงยอดเสาก่อนแล้วจึงชักธงลง เพื่อเป็นเครื่องหมายแสดงความเคารพหรือการไว้ทุกข์ต่อผู้ตาย ซึ่งเป็นบุคคลสำคัญ

ธรรมเนียมการชักธงเพียงครึ่งเสาเริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายศตวรรษก่อน เพื่อให้ธงแห่งความตายที่มองไม่เห็นได้ชักอยู่บนยอดเสาธงนั้น อันหมายความถึงพลังอำนาจ การมีอยู่ และการปรากฏของความตาย สำหรับวิธีการลดธงครึ่งเสานั้นจะต้องเชิญธงขึ้นไปสู่ยอดเสาเสียก่อน จากนั้นจึงลดธงลงมาอยู่ในระดับครึ่งเสา ให้ชักธงชาติถึงยอดเสาหลังจบเพลงชาติก่อนจากนั้นจึงลดลงมาที่ความสูง 1 ใน 3 ของเสา ไม่ใช่ลดธงลงมาที่ตำแหน่งครึ่งเสาอย่างในภาษาพูด ส่วนช่วง 6 โมงเย็นให้ชักธงชาติขึ้นจนสุดยอดเสาก่อนเพลงชาติเริ่มต้น และลดธงลงจากเสาตามปกติจนจบเพลงชาติ จึงปลดธงชาติแล้วพับวางบนพาน นำไปเก็บที่อันสมควรหรือตามระดับอื่นที่กำหนดไว้ในกฎหมาย นอกจากนั้นเมื่อจะมีการเชิญธงจากยอดเสาในเวลาสิ้นสุดของวัน จะต้องเชิญธงกลับขึ้นไปที่ยอดเสาเสียก่อน จึงจะลดธงได้เช่นกัน การไว้ทุกข์ด้วยธงชาติสำหรับบางประเทศยังอาจมีธรรมเนียมที่ต่างออกไป