ธงชาติที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย


สยามหรือธงชาติไทยมีมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏเป็นที่แน่ชัด เท่าที่พบหลักฐานเชื่อกันได้ว่าน่าจะเกิดขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะปรากฏเรื่องราวอยู่ในหนังสือจดหมายเหตุของฝรั่งเศส โดยได้กล่าวไว้ว่าเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2223 เรือรบของฝรั่งเศสชื่อ เลอรโวตูร์ โดยมี มองซิเออร์ คอนูแอน เป็นนายเรือ ได้นำเรือเข้ามาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเจริญพระราชไมตรีและการค้า นายเรือได้สอบถามทางกรุงศรีอยุธยาว่า ถ้าจะยิงสลุต (ยิงปืนให้ความเคารพ) ให้แก่สยาม เมื่อเรือผ่านป้อมวิไชเยนทร์ (ปัจจุบันคือป้อมวิชัยสิทธิ์) ตามประเพณีของชาวยุโรป จะเป็นการขัดข้องหรือไม่ สมเด็จพระนารายณ์ทรงอนุญาต และรับสั่งให้เจ้าเมืองบางกอก คือ ออกพระศักดิ์สงคราม ให้ทางป้อมยิง สลุตตอบด้วย และในการที่เรือรบฝรั่งเศลได้ยิงสลุตให้นั้น ทางป้อมก็ชักธงชาติขึ้น แต่ในห้วงเวลานั้นธงชาติสยามยังไม่มี จึงได้ชักธงชาติฮอลันดาขึ้นแทน แต่ฝรั่งเศสไม่ยอมยิงสลุต เพราะเห็นว่าไม่ใช่ธงของชาติสยาม จึงแจ้งให้ทราบว่า หากสยามประสงค์จะให้ฝรั่งเศสยิงสลุตให้ ก็เอาธงฮอลันดาลงเสีย แล้วชักธงอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้นแทน เผอิญในสมัยนั้นธงสีแดงถือเป็นธงที่สยามใช้สำหรับเป็นธงนำทัพอยู่แล้ว สยามจึงนำธงแดงชักขึ้น จากนั้นฝรั่งเศสจึงยิงสลุตให้ ด้วยเหตุนี้สยามจึงถือเอาธงสีแดงเป็นธงชาติสยาม

ในอีก 3 ปีข้างหน้า คนไทยจะได้ร่วมกันฉลองการใช้ธงไตรรงค์ครบ 100 ปี ซึ่ง “ธงไตรรงค์ คือธงชาติไทย” มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้สีหลักในธง 3 สี คือสีเเดง ขาว เเละน้ำเงิน ภายในเเบ่งเป็นเเถบ 5 เเถบ โดยเเถบน้ำเงิน มีขนาดใหญ่กว่าเเถบสีอื่นๆ เป็น 2 เท่า ความหมายสำคัญของธงไตรรงค์ หมายถึงสถาบันหลักทั้งสามของประเทศไทย คือชาติ สีเเดง ศาสนา สีขาว พระมหากษัตริย์ สีน้ำเงิน สีทั้ง 3 นี้เองคือที่มาของการเรียกชื่อธงนี้ว่าธงไตรรงค์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเหล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ธงนี้เป็นธงชาติไทย เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2460 เพื่อเเก้ปัญหาการชักธงช้างเผือก กลับด้าน เเละเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับฝ่ายสัมพันธมิตรที่ประกอบไปด้วยอังกฤษ ฝรั่งเศส เเละอเมริกา

ความหมายโดยรวมของการใช้ธงชาติไทย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย หรือชาติไทย ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ เเละศักดิ์ศรีในความเป็นไทย ความเป็นเอกราชอธิปไตยของชาติ รวมทั้งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดังนั้น ธงชาติจึงมีความศักดิ์สิทธิ์ต้องได้รับความเคารพอย่างสูง เเละยังมีความสำคัญทางจิตใจที่เเสดงถึงความรักชาติอีกด้วย

นอกจากนั้น ยังเป็นเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชาติ เเละเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจลบหลู่ เพื่อจะได้ดำรงไว้ซึ่งความเป็นปึกแผ่นของประเทศไทยให้ยั่งยืนตลอดไป

เกร็ดความรู้เรื่อง ธงชาติไทย ความหมายของสีในธงชาติไทย


ธงชาติไทย (Thailand National Flag) หรือธงค์ไตรรงค์ เป็นสัญญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทย โดยถูกประกาศใช้เป็นธงประจำชาติตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ในปี พ.ศ. 2460 แทนธงแบบเดิมที่มีรูปช้างเผือกอยู่ตรงกลาง ซึ่งทำยากและใช้ไม่แพร่หลาย และมักจะมีการชักธงกลับหัวทำให้ไม่สวยงามอันเนื่องมาจากความไม่สมมาตรนั่นเอง จึงทรงออกแบบธงใหม่เป็นรูปแบบที่ใช้ในปัจจุบันและทรงพระราชทานนามธงชาติไทยว่า “ธงไตรงค์”

คำว่า “ธงไตรรงค์” นั้น ได้มาจากการรวมกันของคำ 3 คำ คือคำว่า ธง คำว่าไตร (แปลว่า 3) และคำว่า รงค์ (แปลว่าสี) เมื่อรวมกันจึงแปลได้ว่า “ธงสามสี” นั่นเอง ส่วนธงรูปช้างกลางธงพื้นแดงของเดิมนั้นให้ยกเลิก ความหมายของสีธงไตรรงค์คือ สีแดงหมายถึงชาติ และ ความสามัคคี ของคนในชาติ สีขาวหมายถึงศาสนา ซึ่งเป็นเครื่องอบรมสั่งสอนจิตใจให้บริสุทธิ์ สีนำเงินหมายถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขของประเทศแต่ในการออกแบบธงชาติไทยหรือธงค์ไตรรงค์ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชดำริที่จะให้ทรงนี้สามารถชักขึ้นด้านไหนก็ได้ จะกลับหัวกลับหางอย่างไรก็จะเห็นเป็นแบบเดิมทุกประการ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าออกแบบมาเป็นธงแบบ 3 สี 5 แถบ ดังที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

ความหมายของสีในธงชาติไทย
ธงชาติไทยประกอบไปด้วย 3 สี 5 แถบ ซึ่งมีความหมายดังนี้
1. สีแดง หมายถึง ชาติ หรือความเป็นชนชาติไทย ความเป็นแผ่นดินไทย
2. สีขาว หมายถึง ศาสนา หรือลัทธิความเชื่ออันบริสุทธิ์
3. สีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐต่อประเทศชาติและอาณาประชาราษฎร์ทั้งปวง

ส่วนสาเหตุที่ออกแบบให้เป็นธง 5 แถบนั้นก็ดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้นว่า เพื่อให้เกิดความสมมาตร ไม่ว่าจะชักธงขึ้นด้วยด้านหน้า ด้านหลัง กลับหัวกลับหางอย่างไร ธงชาติไทยของเราก็จะปรากฏให้เห็นเป็นแบบเดิมทุกประการ ซึ่งนับได้ว่าเป็นทรงมีพระปรีชาชาญในการออกแบบเป็นอย่างมาก และแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาที่ฉลาดล้ำลึกของบรรพบุรุษไทย

กระแสธงชาติไทยมาแรง สร้างจุดขายให้ไอศกรีม-เค้ก


ในช่วงสถานการณ์การเมือง ต้องถือว่าเป็นช่วงเวลาทำมาหากินของพ่อค้าแม่ค้าเลยทีเดียว หลายคนต่างคิดผลิตไอเดีย นำสิ่งของมาวางขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจ โดยเฉพาะไอเดียผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องแสดงถึงความรักชาติ อาทิ เสื้อผ้า ธงชาติ นกหวีด  สร้างเม็ดเงินจำนวนมหาศาลให้กับพ่อค้าแม่ค้าในช่วงสถานการณ์การเมืองจนกระเป๋าตุงมาแล้ว และอีกหนึ่งสีสันของทานเล่นที่มากับม็อบต่อจากไอศกรีม-เค้ก รักชาติ ที่เหล่าพ่อค้านำไอเดียไปต่อยอด

สินค้าที่มีธงชาติไทย  แดง, ขาว, น้ำเงิน ได้รับความนิยมมาก แม้กระทั่งขนมหวานก็มีการนำไปทำเป็นสีธงชาติไทย ด้วยเช่นกัน ไอศกรีมและเค้กที่มีสีธงชาติไทย แดง, ขาว, น้ำเงิน ถูกโพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียทำให้เกิดความสนใจจากประชาชนทั่วไป เพราะรูปลักษณ์ที่สะดุดตา ซึ่งความสนใจเหล่านี้อาจมีส่วนจากกระแสการชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือ กปปส.ที่ใช้ธงชาติไทยเป็นสัญลักษณ์

นายภูมิ เรืองสินภิญญา เจ้าของร้านไอศกรีมสติ๊กเฮาส์ยอมรับว่า ช่วงนี้ยอดจำหน่ายไอศกรีมธงชาติไทยดีมาก มีลูกค้าสนใจสอบถามเกี่ยวกับตัวไอศกรีมในโซเชียลมีเดียของทางร้านบ่อยครั้ง แต่ทางร้านก็ยังไม่ได้เพิ่มการผลิต เนื่องจากขั้นตอนการผลิตมีความยาก ต้องทำหลายขั้นตอน นอกจากนี้ยังเชื่อว่าความนิยมอาจไม่ได้มาจากกระแสการชุมนุมอย่างเดียว แต่อาจเกิดจากรสชาติที่อร่อยและสีสันน่าทานด้วย

เค้ก ก็มีการนำมาทำเป็นสีธงชาติไทย น้ำเงิน, แดง, ขาว เช่นกัน และด้วยสีสันที่ฉูดฉาด เค้กไอเลิฟไทยแลนด์ ของร้านหญิงเดียวโฮมเมด จึงเรียกความสนใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี นายณัฐกิตต์ วงศ์ปัญจรัตน์ ผู้จัดการร้านหญิงเดียวโฮมเมด (Yingdeaw Homemade) บอกว่า ช่วงแรกที่เริ่มทำเค้กธงชาติไทยลูกค้าจะสนใจในสีสันและความแปลกใหม่แต่ไม่กล้าทาน เมื่อลองทานแล้วต่างก็ชื่นชมว่ามีรสชาติที่อร่อย จึงเกิดการบอกต่อโดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย

การนำกระแสสังคมหรือเหตุการณ์ปัจจุบันมาปรับใช้ในการทำธุรกิจ อาจเรียกความสนใจจากลูกค้าได้ไม่น้อย ซึ่งเป็นอีกหนึ่งหนทาง ที่จะทำให้ยอดขายเพิ่มขึ้น แต่คุณภาพก็ยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่จะทำให้ลูกค้ากลับมาอุดหนุนอยู่เสมอ และบอกต่อถึงความพึงพอใจในสินค้า

รอบรู้เรื่องดาวบนธงชาติบราซิล

ธงชาติต่างๆบนโลกนี้มีอยู่หลากหลายรูปแบบ แต่ละประเทศก็มีแนวคิดในการออกแบบธงชาติต่างกันออกไป บางประเทศก็เรียบง่าย ในขณะที่บางประเทศก็พิถีพิถันใส่รายละเอียดลงไปธงบราซิลนั้นดูเผินๆแล้วอาจเหมือนเป็นแค่ธงเรียบง่ายที่ประกอบไปด้วยสามสี ด้านนอกสีเขียว แล้วแทรกด้วยสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสีเหลือง และวงกลมสีน้ำเงินตรงกลางแต่เมื่อมองในรายละเอียดภายในวงกลมตรงกลางแล้วก็จะพบว่ายังมีรายละเอียดที่น่าสนใจพอสมควร และอาจมองว่าบราซิลเป็นชาติหนึ่งที่พิถีพิถันในการออกแบบธงมากที่สุดเลยวงกลมตรงกลางจะประกอบไปด้วยดวงดาวสีขาว และแถบคาดตรงกลางที่มีเขียนคำว่า Ordem e Progresso เป็นภาษาโปรตุเกส แปลว่าความเป็นระเบียบและความก้าวหน้าสำหรับดาวภายในธงชาติบราซิลนั้นเป็นดาวบางส่วนที่ปรากฏบนท้องฟ้าเมืองรีอูจีฌาเนย์รู ซึ่งดาวที่ถูกคัดเลือกมาใส่ในธงชาตินั้นมีด้วยกันทั้งหมด 27 ดวง จากทั้งหมด 9 กลุ่มดาว เนื่องจากบราซิลแบ่งการปกครองออกเป็น 27รัฐ แต่ละดวงเป็นตัวแทนของรัฐต่างๆ
โดยกลุ่มดาว 9 ดวงนั้นจะประกอบไปด้วย
1. ดาวโพรคีออน เป็นกลุ่มดาวหมาเล็ก
2. กลุ่มดาวหมาใหญ่ 5 ดวง รวมถึงดาวสว่างที่สุดคือดาวซิริอุส
3. ดาวคาโนปุส เป็นกลุ่มดาวกระดูกงูเรือ
4. ดาวรวงข้าว เป็นกลุ่มดาวหญิงสาว
5. กลุ่มดาวไฮดรา 2 ดวง
6. กลุ่มดาวกางเขนใต้
7. ดาวซิกมาแห่งกลุ่มดาวออกแทนส์ เป็นดาวที่ประจำอยู่ขั้วฟ้าใต้
8. กลุ่มดาวสามเหลี่ยมทางใต้ 3 ดวง
9. กลุ่มดาวแมงป่อง 8 ดวง รวมถึงดาวสว่างที่สุดคือดาวปาริชาต
นอกจากบราซิลแล้วยังมีอีกหลายประเทศที่ใส่กลุ่มดาวลงไปในธงชาติ เช่นประเทศออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ซึ่งมีการใส่กลุ่มดาวกางเขนใต้ลงในธง แต่ก็ไม่มีประเทศไหนที่ใส่ดาวลงบนท้องฟ้าจริงลงไปเยอะเท่า ธงชาติบางชาติอย่างสหรัฐอเมริกาอาจใส่ดาวลงไปเยอะมากถึง 50 ดวง ดังนั้นธงชาติบราซิลจึงเป็นธงที่มีความเกี่ยวข้องกับดาราศาสตร์มากที่สุด และน่าสนใจศึกษาเป็นอย่างมาก

การก่อเกิดธงชาติตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบันนี้

ตามหลักฐานต่าง ๆ ปรากฏว่าตั้งแต่สมัยโบราณ ไทยเรายังไม่มีธงชาติโดยเฉพาะ เมื่อเวลาจัดกองทัพไปทำสงคราม จะใช้ธงสีต่าง ๆ ประจำทัพเป็นเครื่องหมายทัพละสี ต่อมาเมื่อมีการเดินเรือค้าขายกับต่างประเทศทางตะวันตกในสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้ใช้ธงสีแดงติดเป็นเครื่องหมายว่าเป็นเรือบรรทุกสินค้าของไทย จดหมายเหตุของชาวต่างประเทศกล่าวว่า ในรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีเรือฝรั่งเศสแล่นเข้ามาสู่ปากน้ำเจ้าพระยา เมื่อถึงป้อมของไทย ไทยชักธงชาติฮอดาขึ้นรับเรือฝรั่งเศส เพราะไม่มีธงชาติของตนเอง แต่เรือฝรั่งเศสไม่ยอมสลุตรับธงฮอลันดาเพราะเคยเป็นอริกันมาก่อน และถือว่าไม่ใช่ธงชาติไทย ฝ่ายไทยจึงแก้ไขโดยนำธงแดงขึ้นชักแทนธงชาติ เรือฝรั่งเศสจึงยอมสลุตคำนับ ตั้งแต่นั้นมาธงสีแดงจึงกลายเป็นธงชาติของไทยเรื่อยมา

ครั้นถึงสมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ยังใช้ธงสีแดงเกลี้ยงชักเป็นเครื่องหมายประจำเรือค้าขายกับต่างประเทศอยู่ ธงแดงนี้ใช้ชักขึ้นทั้งในเรือหลวงและเรือราษฎร ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ทรงพระราชดำริว่า เรือหลวงกับเรือราษฎรควรมีเครื่องหมายให้เห็นแตกต่างกัน จึงมีพระบรมราชโองการให้นำรูปจักรสีขาวติดไว้กลางธงแดงเป็นเครื่องหมายใช้เฉพาะเรือหลวง ส่วนเรือค้าขายของราษฎรทั่วไปยังคงใช้ธงแดงเกลี้ยงกันอยู่

พ.ศ.2470 พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริว่า ประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงแบบธงชาติมาหลายครั้ง คือ จากธงพื้นแดงเกลี้ยงมาเป็นธงแดงมีช้างเผือกไม่ทรงเครื่องอยู่ตรงกลาง ธงพื้นแดงช้างเผือกทรงเครื่องยืนแท่นและธงไตรรงค์ แม้ว่าธงไตรรงค์จะให้ความสะดวกในการใช้และการสร้างขึ้นใช้ แต่ ธงไตรรงค์ก็ยังไม่เป็นที่รู้จักของต่างประเทศโดยทั่วไปอย่างแพร่หลายว่าเป็นธงชาติไทยเช่นธงช้าง นอกจากนี้ ธงไตรรงค์ยังมีสีคล้ายกับสีธงชาติของบางประเทศและคล้ายกับสีของธงบริษัทต่างประเทศบางแห่ง ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ง่ายผิดกับธงช้างซึ่งไม่ซ้ำกับธงชาติใดเลย เพื่อไม่ให้ต้องเปลี่ยนธงชาติบ่อย ๆ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ราชเลขาธิการบันทึกพระราชกระแสพระราชทานไปยังองคมนตรี ด้วยมีพระราชประสงค์จะทรงฟังความคิดเห็นส่วนมากประกอบพระราชวินิจฉัย บันทึกฉบับนี้ลงวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2470 กำหนดให้องคมนตรีทั้งหลายทูลเกล้า ฯ ถวายความคิดเห็นภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับบันทึก

ธงชาติ เป็นสัญลักษณ์ของคนแต่ละชาติ บล็อกนี้จะเล่าเรื่องราววัฒนธรรมของคนชาติต่าง ๆ ภายใต้ธงชาติของเขา