วัตถุดิบอาหารแต่ละประเทศรังสรรค์ออกมาเป็นรูปธงชาติ

อาหารและงานศิลปะเป็นของคู่กันอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้เหมือนกันนะคะเนี่ย สำหรับวันนี้เราก็มีไอเดียงานศิลปะบนอาหารมาฝากให้ได้ชมกันดูด้วยค่ะ คราวนี้เป็นผลงานการออกแบบผลงานศิลปะจากวัตถุดิบอาหารแต่ละประเทศ รังสรรค์ออกมาเป็นรูปธงชาติประเทศนั้นๆ อย่างสวยงาม ที่ถึงแม้ว่าจะมีออกมาให้ได้ชมเป็นเวลานานมาแล้ว แต่ก็ยังเป็นไอเดียที่เห็นกี่ทีกี่ทีก็อดเพลิดเพลินไปไม่ได้ วันนี้เลยขอนำกลับมาฝากให้ได้ชมกันอีกครั้งไว้เป็นไอเดียให้คุณทำอาหารเป็นงานศิลปะเก๋ๆ กันบ้าง

โดยไอเดียเริ่ด สุดแสนสร้างสรรค์นี้เกิดขึ้นเมื่อหน่วยงานการโฆษณาออสเตรเลีย WHYBIN TBWA ได้คิดหาวิธีส่งเสริมเทศกาลอาหารนานาชาติซิดนีย์ ซึ่งเป็นเทศกาลอาหารที่ใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย โดยเมื่อปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมเกือบล้านคน เป็นการชุมนุมเชฟจากทั่วทุกมุมโลก วิธีการก็คือนำเอาวัตถุดิบในการทำอาหารมาทำเป็นลวดลายธงชาติ 18 ชาติ และก็ออกมาอย่างสร้างสรรค์สุดๆเลยทีเดียวล่ะค่ะ เห็นแล้วก็น่าทึ่งจริงๆ ไม่รู้ว่าฟู๊ดสไตลิสนั้นคิดอย่างไร ในที่นี้มีธงชาติของประเทศไทยรวมอยู่ด้วยนะคะ ว่าแล้วเราก็ลองไปชมกันดูเลยว่าแต่ละประเทศ ธงชาติอาหารของเขาจะทำมาจากวัตถุดิบในการทำอาหารอะไรกันบ้าง ไปชมกันดูเลยค่า

1. ธงไทย ทำจากน้ำจิ้มไก่ มะพร้าวขูด และ ปูม้า

2. ธงอิตาลี ทำจากโหระพา พาสต้า และมะเขือเทศ

3. ธงออสเตรเลีย ทำจากพายเนื้อ และ ซอส

4. ธงบราซิล ทำจากใบตอง มะนาว สับปะรด และ เสาวรส

5. ธงจีน ทำจากแก้วมังกร และ มะเฟือง

6. ธงฝรั่งเศส ทำจากบลูชีส บรี(Brie) และ องุ่น

7. ธงกรีซ ทำจากมะกอก Kalamata และ เฟต้า ชีส

8. ธงอินเดีย ทำจากแกงกะหรี่ ข้าว และ แป้งกรอบ

9. ธงอินโดนีเซีย ทำจากแกงเผ็ด และข้าว

10. ธงญี่ปุ่น ทำจากทูน่าและข้าว

11. ธงเลบานอน ทำจาก lavash, fattoush และ herb sprig.

12. ธงเกาหลีใต้ ทำจาก ข้าวห่อสาหร่ายและซอส

13. ธงสเปน ทำจากไส้กรอกสเปนและข้าว

14. ธงสวิสเซอร์แลนด์ ทำจาก charcuteries และ emmental

15. ธงตุรกี ทำจากเตอร์กิส ดีไลท์

16. ธงอังกฤษ ทำจาก สโคน ครีม และ แยม

17. ธงสหรัฐอเมริกา ทำจากฮอตด็อกส์ ซอสมะเขือเทศ มัสตาร์ด และ ชีส

18. ธงเวียดนาม ทำจากเงาะ ลิ้นจี่ และ มะเฟือง

ปฏิวัติธงไตรรงค์ สู่ แอคเซสเซอรี่

“ธงไตรรงค์” สัญลักษณ์แห่งความเป็นไทย ที่ไม่ใช่โบกไสวอยู่บนยอดเสาธง แต่ทว่ากำลัง “ฟีเวอร์” สุดๆ อยู่ในหมู่คนไทยหัวใจประชาธิปไตย เพราะไม่ว่าจะมองไปทางไหนเป็นต้องเห็นหลายคนหยิบแอคเซสเซอรี่ลาย “ธงชาติ” นี้ขึ้นมาใส่ล้อการเมืองกันแบบขำๆ ทั้งนี้ก็เพื่อความสนุกสนานที่ไม่ถือว่าผิดกฎหมาย เพราะเป็นแฟชั่นที่มาพร้อมกับกระแสการเมือง ซึ่งเป็นไปเพื่อการแสดงถึง “ความรักชาติบ้านเมือง”

งานนี้คนที่ยิ้มออกไม่ใช่ใคร นอกจากแฟชั่นนิสต้าบ้าช็อป เพราะนอกจากจะมี “เฟอร์” ชิ้นเก๋ไว้ให้เลือกจับจองกันจนตาลายแล้ว แต่ยังภูมิใจสุดๆ เพราะเครื่องประดับเหล่านี้ได้รับการดีไซน์ให้มี 3 สีสากล อย่างแดง-ขาว-น้ำเงิน ปรากฏอยู่บนของใช้เหล่านี้ด้วย

ไล่กันตั้งแต่สินค้าชิ้นล่ามาแรงอย่าง “หมวกลายธงชาติ” ที่ผู้หญิงใส่ได้ผู้ชายใส่ดี “เนคไทลายธงชาติ” ที่บรรจงถักจากริบบิ้นชิ้นเก๋ “ร่มลายธงชาติ” สกรีนเรารักในหลวง กระเป๋า สร้อยคอ ต่างหูลายด้ามขวาน ที่คาดผมหูกระต่ายลายธงชาติ ฯลฯ สารพัดสารพันให้เลือกสรร ต่างจากสถานการณ์ปกติที่เราแทบจะไม่ได้เจอะเจอแอคเซสเซอรี่ที่ดีไซน์ขึ้นจาก 3 สีประจำชาตินี้เท่าไหร่นัก นั่นอาจเป็นเพราะ “ธงชาติไทย” ถือเป็นสัญลักษณ์ประจำประเทศ พูดให้ถูกก็คือเป็น “ของสูง” ที่คนไทยเคารพเทิดทูน ดังนั้นจึงมิบังควรนำมาทำเป็นข้าวของเครื่องใช้หรือสิ่งที่ห่อหุ้มร่างกาย ยกเว้นแต่เครื่องแต่งกายท่อนบนบ้างประปราย….งานนี้ 2 ดีไซเนอร์ชื่อดังจึงได้ออกมาวิเคราะห์ให้ฟังถึง “ความนิยม” เกี่ยวกับแฟชั่นลายธงชาติทั้งก่อนและปัจจุบันไว้น่าสนใจ

“ต้องบอกว่าแฟชั่นลายธงชาตินั้นเป็นกระแสอย่างหนึ่ง ที่เมื่อมีเหตุการณ์ทางการเมืองเกิดขึ้น แน่นอนว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับชาติ ศาสนา โดยเฉพาะสัญลักษณ์ของธงชาติไทยนั้น ก็ถูกนำมาลิงค์เข้ากับแฟชั่นเพื่อสื่อถึงความรักชาติ ประกอบกับ 3 สี แดงขาว-น้ำเงินนั้นเป็นสีสากล เมื่อนำมาดีไซน์ร่วมกับของใช้จึงทำให้ดูโดดเด่นขึ้น เพราะก่อนหน้านี้เราไม่เคยนำลายธงชาติมาดีไซน์ของใช้ เพราะธงชาติถือได้ว่าเป็นของสูง ดังนั้นเป็นเหตุผลว่าจะเห็นว่าทำไมช่วงนี้แอคเซสเซอรี่อย่างหมวก ตุ้มหูลายธงชาติ ฯลฯ จึงได้รับความนิยม” อาจารย์ต่าย-ธีระ ฉันทสวัสดิ์ ดีไซเนอร์แบรนด์ “T-RA” ให้ข้อมูลที่มาที่ไปของกระแสลายธงชาติฟีเวอร์

แม้ว่าก่อนหน้านี้การนำลายธงไตรรงค์มาสกรีนลงบนของใช้หรือห่อหุ้มร่างกายท่อนล่าง ฉีกหรือเผาทำลาย จะถือว่ามีความผิดฐานกระทำต่อธงหรือเครื่องหมายใดๆ ที่สื่อถึงรัฐ ในลักษณะเหยียดหยาม ตาม (มาตรา 118) ที่มีโทษทั้งจำและปรับนั้น “ในกรณีที่มีเพนต์ใบหน้าเป็นรูปลายธงชาติเพื่อเชียร์การแข่งขันกีฬา กระทั่งการนำธงชาติไทยมาห่อหุ้มร่างกาย เมื่อได้รับเหรียญรางวัล หรือเสื้อกีฬาที่นักกีฬาใส่ จัดเป็นกรณีที่อนุโลมและเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไป เพราะเป็นการห่อหุ้มร่างกายในลักษณะของท่อนบน แต่ถ้าหากปราศจากสถานการณ์ชุมนุมทางการเมืองแล้ว โดยส่วนตัวมองว่าแอคเซสเซอรี่ต่างๆ อาจได้รับความนิยมลดน้อยลง เพราะอย่างที่เรียนไปว่าธงชาติไทยนั้นถือเป็นของสูง จึงไม่ควรนำมาดีไซน์เป็นของใช้อะไรก็แล้วแต่ พูดง่ายๆ ว่าชิ้นงานที่ดีไซน์ออกมาอาจเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่นัก และคนอาจจะไม่ค่อยนิยมเช่นเดียวกัน”

ธงอาเซียนและธงประเทศในอาเซียน

ธงอาเซียนและธงประเทศในอาเซียน
ธงชาติประจำอาเซียน มีสัญลักษณ์เป็นต้นข้าวสีเหลือง 10 ต้นมัดรวมกัน  หมายถึงประเทศสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ รวมกันเพื่อมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน

สีน้ำเงิน หมายถึง สันติภาพและความมั่นคง
สีแดง หมายถึง ความกล้าหาญและความก้าวหน้า
สีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์
สีเหลือง หมายถึง ความเจริญรุ่งเรือง

ธงชาติของราชอาณาจักรไทย  หรือ “ธงไตรรงค์”  นั้นถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทยหรือชาติไทยซึ่งธงชาติจะบ่งบอกถึงเอกลักษณ์ และศักดิ์ศรีในความเป็นไทย  โดยธงชาติไทยหรือธงไตรรงค์นี้ จะมีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ภายในผืนธงจะประกอบไปด้วยสีหลักถึง 3 สีด้วยกัน ซึ่งได้แก่ สีแดง สีขาวและสีน้ำเงิน โดยภายในผืนธงจะถูกแบ่งออกเป็น 5 แถบสี  ซึ่งแถบในสุดคือพื้นสีน้ำเงิน ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าแถบสีขาวและสีแดงเป็น 2 เท่า  ส่วนแถบถัดมาด้านนอกทั้งด้านบนและล่างเป็นพื้นสีขาวและพื้นสีแดงตามลำดับ สำหรับที่มาของชื่อธงที่ชื่อว่าธงไตรรงค์นั้น พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชนิพนธ์ “เครื่องหมายแห่งไตรรงค์” โดยคำว่าไตรรงค์(ไตร = สาม, รงค์ = สี) มาจากสีทั้ง 3 สีบนผืนธงชาติ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชนิพนธ์เมื่อ พ.ศ. 2464 ได้นิยามความหมายของธงไตรรงค์ไว้ว่า

–พื้นธงสีแดง หมายถึง เลือดอันยอมพลีให้แก่ชาติ
–พื้นธงสีขาว หมายถึง ความบริสุทธิ์แห่งพระพุทธศาสนาและธรรมะ
–พื้นธงสีน้ำเงิน หมายถึง สีส่วนพระองค์ขององค์พระมหากษัตริย์

ธงชาติของประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม หรือ ธงแดงดาวเหลือง มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ซึ่งมีขนาดกว้าง 2 ส่วน และยาว 3 ส่วนด้วยกัน โดยที่พื้นธงจะเป็นพื้นสีแดง และตรงกลางของธงจะมีรูปดาวห้าแฉกสีเหลืองทอง ส่วนในเรื่องความหมายของสัญลักษณ์และสีต่าง ๆ บนตัวธงจะมีดังต่อไปนี้

– สีเหลืองทอง สื่อและให้ความหมายถึง สีประจำชาติของชาวเวียดนาม
– สัญลักษณ์ดาวห้าแฉก สื่อและให้ความหมายถึง ชนชั้นต่าง ๆ ในประเทศเวียดนาม ซึ่งได้แก่ นักปราชญ์ ชาวนา ช่างฝีมือ ทหาร และพ่อค้า
– ส่วนพื้นธงที่มีสีแดง หมายถึง การต่อสู้เพื่อกูเอกราชของชาวเวียดนาม

ในช่วงปี พ.ศ. 2519 ความหมายของธงชาติก็ได้มีการอธิบายขึ้นใหม่ในทางการเมืองของประเทศเวียดนาม หลังจากที่ประเทศเวียดนามได้มีการรวมตัวกันทั้งตอนเหนือและใต้ เพื่อเป็นหนึ่งเดียว ความหมายของสัญลักษณ์และสีบนธงชาติ จึงมีความหมายดังต่อไปนี้

– สัญลักษณ์ดาวห้าแฉกสีทอง สื่อและหมายถึง การชี้นำของพรรคคอมมิวนิสต์ประเทศเวียดนาม
– พื้นสีแดงบนธงชาติ สื่อและหมายถึง การปฏิวัติโดยชนชั้นกรรมาชีพในประเทศเวียดนาม

ธงชาติประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า  มีขนาดกว้าง 2 ส่วน  ยาว 3 ส่วน  ภายในผืนธงประกอบไปด้วยแถบสีจำนวน 2 สีด้วย  คือสีแดง และสีขาวมีการแบ่งครึ่งกลางธง  ซึ่งแถบสีแดงจะด้านในส่วนด้านบน  แถบสีขาวจะอยู่ในส่วนด้านล่าง  ส่วนตรงมุมธงชาติบนด้านคันธงนั้น จะมีรูปพระจันทร์เสี้ยว  และถัดมาจะมีรูปดาวห้าแฉกจำนวน 5 ดวง  เรียงรายกันเป็นรูปห้าเหลี่ยมด้านเท่า  ซึ่งรูปต่าง ๆ เหล่านี้บนธงชาติจะเป็นรูปสีขาวทั้งหมด  ซึ่งสัญลักษณ์และสีต่าง ๆ บนธงชาติเหล่านี้สามารถแยกความหมายได้ดังต่อไปนี้

– พื้นธงสีแดง  ให้ความหมายถึง  ภราดรภาพและความเสมอภาคของมนุษย์โดยทั่วหน้าภายในประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์
– พื้นธงสีขาว   ให้ความหมายถึง  ความบริสุทธิ์และความดีงามที่แพร่หลายและมีอยู่ตลอดกาลภายในประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์
– สัญลักษณ์รูปพระจันทร์เสี้ยว  ซึ่งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวข้างขึ้น  ให้ความหมายถึง  ความเป็นชาติใหม่ที่ถือกำเนิดขึ้น
– สัญลักษณ์ดาว 5 แฉก จำนวน 5 ดวง  หมายถึง อุดมคติ 5 ประการของชาติสิงคโปร์ ซึ่งได้แก่ประชาธิปไตย สันติภาพ ความก้าวหน้า  ความยุติธรรม และท้ายสุดคือความเสมอภาคภายในประเทศ

ธงชาติสาธารณรัฐฟิลิปปินส์  เป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบ่งตามยาว  ธงจะมีความยาวเป็นสองเท่าของความกว้างธง ซึ่งเมื่อแปลงเป็นอัตราส่วนจะเท่ากับ 1:2  ตัวธงจะมีการแบ่งครึ่งของผืนธงโดยที่ครึ่งบนเป็นพื้นสีน้ำเงิน ครึ่งล่างเป็นพื้นสีแดง และถ้าหากแถบทั้งสองสีนี้สลับตำแหน่งกัน คือ แถบสีแดงอยู่บน แถบสีน้ำเงินอยู่ตอนล่าง แสดงว่าประเทศฟิลิปปินส์อยู่ในภาวะสงครามส่วนความยาวของรูปสามเหลี่ยมสีขาวแต่ละด้านเท่ากับความยาวของด้านกว้างของธง ส่วนรูปดาวห้าแฉก 3 ดวง แต่ละดวงนั้นอยู่ในตำแหน่งมุมของรูปสามเหลี่ยม โดยที่จุดยอดของรูปดาวนั้นชี้เข้าหาจุดยอดมุมของรูปสามเหลี่ยมแต่ละมุมนั้นภายในมีรูปดวงอาทิตย์รัศมีสีทอง 8 แฉกในส่วนของสัญลักษณ์และสีต่างๆ บนผืนธงมีรายละเอียดดังนี้

– สัญลักษณ์รูปดวงอาทิตย์มีรัศมีแปดแฉก หมายถึง แปดจังหวัดแรกของประเทศฟิลิปปินส์  ซึ่งได้แก่  จังหวัดบาตังกาส  จังหวัดบูลาคัน  จังหวัดคาวิตเต  จังหวัดลากูนา  จังหวัดมะนิลา  จังหวัดนูเอวา  เอคิยา  จังหวัดปัมปังกา  และสุดท้ายคือจังหวัดตาร์ลัค   ซึ่งจังหวัดทั้ง 8 นี้พยายามเรียกร้องเอกราชจากประเทศสเปน  และฝ่ายประเทศสเปนได้บังคับใช้กฎอัยการศึกในพื้นที่ทั้ง 8 จังหวัดในเหตุการณ์ การปฏิวัติประเทศฟิลิปปินส์ในปี พ.ศ. 2439
– สัญลักษณ์ดาว 3 แฉก หมายถึง การแบ่งพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ของประเทศฟิลิปปินส์ออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน  ซึ่งได้แก่  เกาะลูซอน  เกาะมินดาเนา  และสุดท้ายคือหมู่เกาะวิสายัน
– สามเหลี่ยมสีขาวบนผืนธง หมายถึง เครื่องหมายเพื่อแสดงความเสมอภาคและภราดรภาพของประเทศฟิลิปปินส์
– พื้นสีน้ำเงินบนตัวธง หมายถึง ความมีสันติภาพ สัจจะ และความยุติธรรมในประเทศฟิลิปปินส์

ธงชาติที่ถูกชักขึ้นเสาธงเหนือแผ่นดินประเทศพม่าเป็นครั้งแรกในวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2553 และถูกใช้มาจนถึงปัจจุบันนี้ มีลักษณะเป็นธงรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า  ประกอบไปด้วยสีถึง 3 สีด้วยกัน คือ พื้นสีเหลือง พื้นสีเขียว  และพื้นสีแดง  ซึ่งภายในตัวธงจะมีการแบ่งความกว้างที่เท่ากันตามแนวนอน  ซึ่งพื้นที่ด้านบนคือสีเหลือง  พื้นที่ตรงกลางคือสีเขียน และพื้นที่ส่วนล่างคือสีแดงโดยที่ตรงกลางผืนธงจะมีรูปดาวห้าฉากสีขาวขนาดใหญ่  ส่วนในเรื่องของสีและสัญลักษณ์ต่างๆ บนตัวธงนั้นจะสื่อความหมายต่างๆ ได้ดังนี้

– สีเขียว ด้านบนของตัวธงนั้น  หมายถึง  สันติภาพและความสงบสุข  รวมไปถึงความอุดมสมบูรณ์ต่าง ๆ ในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์
– สีเหลือง ในส่วนกลางของตัวธงนั้น  หมายถึง  ความสามัคคีของชาวพม่า
– สีแดง ในส่วนล่างสุดของตัวธง  หมายถึง  ความกล้าหาญ  และความเข้มแข็ง  เด็ดขาด  ที่ชาวพม่ามี
– สัญลักษณ์ดาวห้าแฉกสีขาวขนาดใหญ่ ตรงกลางผืนธงนั้น  หมายถึง  สหภาพอันมั่นคงในความเป็นเอกภาพของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนม่าร์

ลักษณะของธงชาติยาลูร์ เกลิมัง หรือ “ธงริ้วแห่งเกียรติศักดิ์” ของประเทศมาเลเซียนั้น  จะเป็นธงชาติสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีขนาดกว้างประมาณ 1 ส่วน และยาว 2 ส่วนเท่านั้น  โดยธงชาตินี้จะมีพื้นธงเป็นสีแดงสลับกับพื้นสีขาวทั้งหมด 14 แถบ  แต่ละแถบสีจะมีความกว้างเท่ากันหมด  ส่วนตรงมุมธงชาติตรงด้านคันธงจะมีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าสีน้ำเงินที่มีขนาดกว้าง 8 ใน 14 ส่วนของผืนธงด้านกว้าง   ส่วนความยาวจะยาวกึ่งหนึ่งของผืนธงในด้านยาว  ภายในพื้นผ้าสีน้ำเงินนี้จะมีเครื่องหมายพระจันทร์เสี้ยวและดาว 14 แฉกอยู่  ซึ่งมีชื่อว่า ดาราสหพันธ์หรือบินตังเปอร์เซกูตัน ส่วนสัญลักษณ์และสีต่าง ๆ บนตัวธงชาติจะมีความหมายต่างๆ ที่สามารถแยกออกมาได้ดังนี้

– แถบริ้วพื้นสีแดงและพื้นสีขาว มีด้วยกัน 14 แถบ ซึ่งจะสื่อและให้ความหมายถึงสถานะอันเสมอภาคของรัฐทั้ง 13 รัฐภายในประเทศ และรัฐบาลกลางที่กรุงกัวลาลัมเปอร์
– ดาวที่มี 14 แฉก สื่อและให้ความหมายในเรื่องของความเป็นเอกภาพในหมู่รัฐทั้ง 14 รัฐภายในประเทศมาเลเซีย
– รูปพระจันทร์เสี้ยว สื่อและให้ความหมายถึง ศาสนาประจำชาติของประเทศมาเลเซียอันได้แก่ ศาสนาอิสลาม
– สีเหลืองในพระจันทร์เสี้ยว พร้อมทั้งดาราสหพันธ์ ซึ่งสีเหลืองคือสีแห่งยังดีเปอร์ตวน อากง ผู้เป็นประมุขแห่งสหพันธรัฐ
– พื้นสีน้ำเงิน สื่อและให้ความหมายในส่วนของ ความสามัคคีทั้งหมดของชาวมาเลเซีย

ธงชาติของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มีรูปแบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันที่ชื่อว่า ธงดวงเดือน  ซึ่งลักษณะของธงชาติในรูปแบบนี้จะมีความกว้างของธงเท่ากับสองส่วนสามของความยาว  โดยมีสีบนตัวธงประกอบไปด้วย 3 สีด้วยกัน  คือ พื้นสีคราม  มีแถบเป็นสีแดง  และวงเดือนที่มีสีขาว   ซึ่งความกว้างขอบแถบสีแดงแต่ละข้างเท่ากับกึ่งหนึ่งของแถบสีคราม และวงเดือนสีขาวกว้างเท่ากับสี่ส่วนห้าของความกว้างแถบสีคราม   ส่วนความหมายของสีและสัญลักษณ์บนตัวธงชาติสามารถแยกความหมายได้ดังนี้

– สีน้ำเงิน ซึ่งจะหมายถึง ความมั่งคั่งอุดมสมบูรณ์ของชาติ
– สีแดงซึ่งจะหมายถึงเลือดแห่งการต่อสู้เพื่ออิสระภาพของชาวลาว
– วงกลมสีขาวซึ่งจะหมายถึงพระจันทร์สีขาวให้เป็นสัญลักษณ์ของดวงจันทร์ลอยเด่นเหนือลำน้ำโขง โดยรวมแล้วจะหมายถึงเอกภาพของชาติภายใต้การปกครองของรัฐบาลพรรคประชาชนปฏิวัติลาวและหมายรวมถึงการกลับมารวมกันอีกครั้งของชาวลาวสองฝั่งโขงอีกด้วย

ธงชาติของประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซียนั้น มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยลักษณะโดยรวมของธงชาติประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซียนี้ ออกจะความคล้ายคลึงกับธงชาติประเทศโปแลนด์และธงชาติประเทศสิงคโปร์ พร้อมทั้งยังคงเหมือนกับธงชาติโมนาโกเกือบทุกประการ ซึ่งธงชาติของประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซียจะมีความแตกต่างแค่ตรงที่สัดส่วนของตัวธงเท่านั้นเอง โดยตัวธงจะมีความกว้าง 2 ส่วน และยาวเพียง 3 ส่วนเท่านั้น ในส่วนของพื้นธงชาติจะถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนตามแนวนอน ซึ่งแบ่งแยกพื้นธงชาติออกเป็น 2 สีด้วยกัน พร้อมทั้งแยกความหมายได้ดังต่อไปนี้
– ในส่วนพื้นที่ของธงชาติครึ่งบน จะเป็นพื้นสีแดงทั้งหมด ซึ่งให้ความหมายในส่วนของความกล้าหาญและอิสรภาพของชาวอินโดนีเซีย
– ในส่วนพื้นที่ครึ่งล่างของธงชาติ จะเป็นพื้นสีขาว ซึ่งให้ความหมายที่สื่อถึงความบริสุทธิ์และความยุติธรรม

ธงชาติประเทศกัมพูชานั้น มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้างประมาณ 2 ส่วน และยาวประมาณ 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนผืนธงนั้นจะถูกแบ่งตามแนวยาวจำนวน 3 ริ้ว โดยตรงส่วนของริ้วกลางนั้นเป็นพื้นสีแดงทั้งหมด และมีขนาดกว้างเป็น 2 ส่วน ซึ่งตรงกลางจะมีรูปลักษณะเป็นปราสาทหินนครวัดสามยอดสีขาวที่เด่นตระหง่าน ริ้วที่อยู่ด้านนอกทั้งสองด้านนั้นจะเป็นส่วนที่เป็นพื้นที่สีน้ำเงินทั้งข้างบนและข้างล่าง ซึ่งมีขนาดกว้างริ้วละ 1 ส่วนเท่านั้น ทีนี้เราจะมาดูความหมายของสีต่างๆ บนธงโดยเริ่มต้นจากความหมายโดยรวมจากสัญลักษณ์ในธงสำหรับความหมายของสัญลักษณ์บนตัวตัวธงชาติของราชอาณาจักรกัมพูชานั้น โดยรวมแล้วจะมีความหมายที่สะท้อนถึง 3 สถาบันหลักของประเทศราชอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งได้แก่ “ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์” ซึ่งทำให้มีลักษณะของธงชาติที่สื่อถึงความหมายได้ตรงและเหมือนกับธงชาติไทย ไม่แตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย เพราะสื่อความหมายด้วย 3 สีที่สะท้อนถึง 3 สถาบันหลักของประเทศเช่นเดียวกัน โดยสามารถแยกความหมายจากพื้นสีต่าง ๆ บนตัวธงชาติออกมาได้ดังนี้

– สีแดง หมายถึง ชาติ
– สีขาว หรือ ปราสาทนครวัด หมายถึง สันติภาพและศาสนาซึ่งศาสนาของราชอาณาจักรกัมพูชานั้น เดิมมีรากเหง้ามาจากศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นพระพุทธศาสนาจวบจนถึงปัจจุบัน
–สีน้ำเงิน หมายถึง สถาบันพระมหากษัตริย์ของประเทศราชอาณาจักรกัมพูชา

ธงชาติประเทศบรูไน  ดารุสซาลามนั้น   พื้นผิวของธงจะประกอบไปด้วย สีเหลือง เป็นหลัก โดยมีแถบสีขาว และสีดำ พาดตามแนวทแยงมุม  แถบสีขาวนั้นจะ อยู่ด้านบน และแถบสีดำจะอยู่ด้านล่าง ซึ่งแถบสีขาวและแถบสีดำนี้  ทั้งสองสีจะพาดจากด้านคันธงจรดไปจนถึงปลายธงทั้งสองด้าน   ส่วนบริเวณตรงกลางของธง  จะมีตราแผ่นดินของประเทศบรูไน ดารุสซาลามอย่างเด่นชัด    ทีนี้เราจะมาดูสีต่าง ๆ บนธงซึ่งจะแยกความหมายออกมาเป็นดังนี้
– สีเหลือง   ซึ่งเป็นส่วนที่มีมากที่สุดบนตัวธง   หมายถึง พระมหากษัตริย์ของประเทศบรูไน ดารุสซาลาม
– สีขาว และสีดำที่พาดทแยงมุมบนตัวธง  หมายถึง มุขมนตรีหรือรัฐมนตรีภายในประเทศ
– ตราสัญลักษณ์แผ่นดินของประเทศบรูไน  ซึ่งประทับตราตรงกลางธงชาติ หมายถึง ความมีสันติภาพ ความเจริญรุ่งเรือง และสัญลักษณ์ของศาสนาอิสลามภายในประเทศบรูไน  ดารุสซาลาม

ธงชาติที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็นไทย


สยามหรือธงชาติไทยมีมาตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏเป็นที่แน่ชัด เท่าที่พบหลักฐานเชื่อกันได้ว่าน่าจะเกิดขึ้นในรัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะปรากฏเรื่องราวอยู่ในหนังสือจดหมายเหตุของฝรั่งเศส โดยได้กล่าวไว้ว่าเมื่อวันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2223 เรือรบของฝรั่งเศสชื่อ เลอรโวตูร์ โดยมี มองซิเออร์ คอนูแอน เป็นนายเรือ ได้นำเรือเข้ามาถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อเจริญพระราชไมตรีและการค้า นายเรือได้สอบถามทางกรุงศรีอยุธยาว่า ถ้าจะยิงสลุต (ยิงปืนให้ความเคารพ) ให้แก่สยาม เมื่อเรือผ่านป้อมวิไชเยนทร์ (ปัจจุบันคือป้อมวิชัยสิทธิ์) ตามประเพณีของชาวยุโรป จะเป็นการขัดข้องหรือไม่ สมเด็จพระนารายณ์ทรงอนุญาต และรับสั่งให้เจ้าเมืองบางกอก คือ ออกพระศักดิ์สงคราม ให้ทางป้อมยิง สลุตตอบด้วย และในการที่เรือรบฝรั่งเศลได้ยิงสลุตให้นั้น ทางป้อมก็ชักธงชาติขึ้น แต่ในห้วงเวลานั้นธงชาติสยามยังไม่มี จึงได้ชักธงชาติฮอลันดาขึ้นแทน แต่ฝรั่งเศสไม่ยอมยิงสลุต เพราะเห็นว่าไม่ใช่ธงของชาติสยาม จึงแจ้งให้ทราบว่า หากสยามประสงค์จะให้ฝรั่งเศสยิงสลุตให้ ก็เอาธงฮอลันดาลงเสีย แล้วชักธงอย่างหนึ่งอย่างใดขึ้นแทน เผอิญในสมัยนั้นธงสีแดงถือเป็นธงที่สยามใช้สำหรับเป็นธงนำทัพอยู่แล้ว สยามจึงนำธงแดงชักขึ้น จากนั้นฝรั่งเศสจึงยิงสลุตให้ ด้วยเหตุนี้สยามจึงถือเอาธงสีแดงเป็นธงชาติสยาม

ในอีก 3 ปีข้างหน้า คนไทยจะได้ร่วมกันฉลองการใช้ธงไตรรงค์ครบ 100 ปี ซึ่ง “ธงไตรรงค์ คือธงชาติไทย” มีลักษณะเป็นธงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ใช้สีหลักในธง 3 สี คือสีเเดง ขาว เเละน้ำเงิน ภายในเเบ่งเป็นเเถบ 5 เเถบ โดยเเถบน้ำเงิน มีขนาดใหญ่กว่าเเถบสีอื่นๆ เป็น 2 เท่า ความหมายสำคัญของธงไตรรงค์ หมายถึงสถาบันหลักทั้งสามของประเทศไทย คือชาติ สีเเดง ศาสนา สีขาว พระมหากษัตริย์ สีน้ำเงิน สีทั้ง 3 นี้เองคือที่มาของการเรียกชื่อธงนี้ว่าธงไตรรงค์ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเหล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ใช้ธงนี้เป็นธงชาติไทย เมื่อวันที่ 28 กันยายน พ.ศ.2460 เพื่อเเก้ปัญหาการชักธงช้างเผือก กลับด้าน เเละเพื่อเป็นอนุสรณ์ในการเข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 1 กับฝ่ายสัมพันธมิตรที่ประกอบไปด้วยอังกฤษ ฝรั่งเศส เเละอเมริกา

ความหมายโดยรวมของการใช้ธงชาติไทย เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของประเทศไทย หรือชาติไทย ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ เเละศักดิ์ศรีในความเป็นไทย ความเป็นเอกราชอธิปไตยของชาติ รวมทั้งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ดังนั้น ธงชาติจึงมีความศักดิ์สิทธิ์ต้องได้รับความเคารพอย่างสูง เเละยังมีความสำคัญทางจิตใจที่เเสดงถึงความรักชาติอีกด้วย

นอกจากนั้น ยังเป็นเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจของคนในชาติ เเละเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่อาจลบหลู่ เพื่อจะได้ดำรงไว้ซึ่งความเป็นปึกแผ่นของประเทศไทยให้ยั่งยืนตลอดไป

เกร็ดความรู้เรื่อง ธงชาติไทย ความหมายของสีในธงชาติไทย


ธงชาติไทย (Thailand National Flag) หรือธงค์ไตรรงค์ เป็นสัญญลักษณ์อย่างหนึ่งของประเทศไทย โดยถูกประกาศใช้เป็นธงประจำชาติตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวหรือล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ในปี พ.ศ. 2460 แทนธงแบบเดิมที่มีรูปช้างเผือกอยู่ตรงกลาง ซึ่งทำยากและใช้ไม่แพร่หลาย และมักจะมีการชักธงกลับหัวทำให้ไม่สวยงามอันเนื่องมาจากความไม่สมมาตรนั่นเอง จึงทรงออกแบบธงใหม่เป็นรูปแบบที่ใช้ในปัจจุบันและทรงพระราชทานนามธงชาติไทยว่า “ธงไตรงค์”

คำว่า “ธงไตรรงค์” นั้น ได้มาจากการรวมกันของคำ 3 คำ คือคำว่า ธง คำว่าไตร (แปลว่า 3) และคำว่า รงค์ (แปลว่าสี) เมื่อรวมกันจึงแปลได้ว่า “ธงสามสี” นั่นเอง ส่วนธงรูปช้างกลางธงพื้นแดงของเดิมนั้นให้ยกเลิก ความหมายของสีธงไตรรงค์คือ สีแดงหมายถึงชาติ และ ความสามัคคี ของคนในชาติ สีขาวหมายถึงศาสนา ซึ่งเป็นเครื่องอบรมสั่งสอนจิตใจให้บริสุทธิ์ สีนำเงินหมายถึงพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นประมุขของประเทศแต่ในการออกแบบธงชาติไทยหรือธงค์ไตรรงค์ ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ทรงมีพระราชดำริที่จะให้ทรงนี้สามารถชักขึ้นด้านไหนก็ได้ จะกลับหัวกลับหางอย่างไรก็จะเห็นเป็นแบบเดิมทุกประการ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าออกแบบมาเป็นธงแบบ 3 สี 5 แถบ ดังที่เราเห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

ความหมายของสีในธงชาติไทย
ธงชาติไทยประกอบไปด้วย 3 สี 5 แถบ ซึ่งมีความหมายดังนี้
1. สีแดง หมายถึง ชาติ หรือความเป็นชนชาติไทย ความเป็นแผ่นดินไทย
2. สีขาว หมายถึง ศาสนา หรือลัทธิความเชื่ออันบริสุทธิ์
3. สีน้ำเงิน หมายถึง พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐต่อประเทศชาติและอาณาประชาราษฎร์ทั้งปวง

ส่วนสาเหตุที่ออกแบบให้เป็นธง 5 แถบนั้นก็ดังที่ได้กล่าวแล้วข้างต้นว่า เพื่อให้เกิดความสมมาตร ไม่ว่าจะชักธงขึ้นด้วยด้านหน้า ด้านหลัง กลับหัวกลับหางอย่างไร ธงชาติไทยของเราก็จะปรากฏให้เห็นเป็นแบบเดิมทุกประการ ซึ่งนับได้ว่าเป็นทรงมีพระปรีชาชาญในการออกแบบเป็นอย่างมาก และแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาที่ฉลาดล้ำลึกของบรรพบุรุษไทย

ธงชาติ เป็นสัญลักษณ์ของคนแต่ละชาติ บล็อกนี้จะเล่าเรื่องราววัฒนธรรมของคนชาติต่าง ๆ ภายใต้ธงชาติของเขา